วัดแก้วพิจิตรและดาษดาแกลลอรี่

“วัดแก้วพิจิตร” วัดเก่าแก่และสำคัญประจำจังหวัดปราจีนบุรี ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองริมแม่น้ำปราจีนบุรี ไม่ไกลจากตึกอภัยภูเบศร์ ความโดดเด่น คือ อุโบสถที่มีการบูรณะใหม่จากเดิมสีขาวให้เป็น
สีแดงอิฐและสีชมพู มีลวดลายแกะสลักที่งดงาม ตัวอุโบสถเป็นสถาปัตยกรรมแบบไทย จีน ยุโรป ขอม ที่ผสมผสานได้อย่างลงตัวซึ่งมีเพียงแห่งเดียวในประเทศแลดูแปลกกว่าวัดโดยทั่วไป

อุโบสถล้อมรอบด้วยกำแพงแก้วสีชมพู ซุ้มประตูแก้ว ซึ่งเป็นศิลปะกรรมเขมร

ศิลปกรรมไทย คือ รูปแบบแผนผังอุโบสถ ช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ บานประตูหน้าต่าง ลงรักปิดทองเป็นทวารบาล ส่วนศิลปกรรมจีน คือ รูปปั้นมังกรเขียวหน้าจั่ว หลังคาลายมังกร ราวบันได
ขึ้นอุโบสถ
ศิลปกรรมแบบยุโรป คือ เสาแบบโครินเธียล โดมหลังคาโรงเรียนบาลีนักธรรมวินัย การวาดภาพรูปชาวต่างประเทศล้อมรอบใต้ชายหลังคาด้านนอกอุโบสถ

เมื่อเข้าไป ภายในอุโบสถ จะเห็นความโดดเด่นหลายอย่าง คือ มีเสานางเรียงสองแถวขนานไปตามความยาวของอุโบสถ ช่วยนำสายตาไปสู่องค์พระประธานภายในอาคาร เสานางเรียงดังกล่าว
เป็นเสาเซาะร่องแบบกรีกเหมือนด้านนอกอาคาร แต่ต่างกันที่เป็นหัวเสาแบบไอโอนิก คือม้วนเป็นก้นหอย ส่วนที่กรอบประตูหน้าต่างทำเป็นกรอบยอดแหลมคล้ายโดมในศิลปะเปอร์เชีย
ประดับลายไม้ฉลุที่ช่องแสงเหนือหน้าต่างประตู ส่วนที่บานประตูหน้าต่างของอุโบสถ ยังเขียนภาพลงรักปิดทองเป็นรูปเทวดา

slotxo

ภายในอุโบสมี พระประธานคือหลวงพ่ออภัยวงศ์ เป็นพระพุทธรูปสีดำออกแบบโดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ส่วนภาพจิตรกรรมฝาผนังวาดโดยช่างหลวง
สมัยรัชกาลที่ 6 พุทธลักษณะของพระพุทธรูปปางประทานอภัยองค์นี้ ต่างจากที่พบเห็นทั่วไป คือ ยกพระหัตถ์ทั้งสองข้างขึ้นระดับพระอุระโดยหันฝ่าพระหัตถ์ด้านในออก แต่หลวงพ่ออภัยวาง
พระหัตถ์ขวาเหนือเข่า หันฝ่าพระหัตถ์ออกเล็กน้อย ส่วนพระหัตถ์ซ้ายวางอยู่ที่พระเพลา พระพุทธรูปมีลักษณะเหมือนมนุษย์สามัญและเลียนแบบพระพุทธรูปคันธารราษฎร์ของอินเดีย
พระพักตร์เป็นแบบประติมากรรมกรีกโรมัน พระเกศาหยักศกรวบเป็นมวยกลางพระเศียร ครองจีวรเป็นริ้วแบบธรรมชาติ ด้านหลังฐานชุกชีขององค์พระเป็นที่บรรจุอัฐิของเจ้าพระยาอภัยภูเบศร
(ชุ่ม อภัยวงศ์) และพระยาอภัยภูเบศร (เลื่อม อภัยวงศ์)

ประวัติ
วัดแก้วพิจิตร เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2422 ซึ่งตรงกับรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งอยู่ในเขตหมู่ 4 ตำบลบางบริบูรณ์ อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี
บนริมฝั่งขวาของแม่น้ำปราจีนบุรี ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันออกประมาณ 2 กิโลเมตร สร้างขึ้นโดยนางประมูลโภคา (แก้ว ประสังสิต) ซึ่งเป็นภรรยาของขุนประมูลภักดี เพื่อใช้ในการ
ทำบุญตักบาตร ถือศีลฟังธรรมโดยมีผู้ร่วมกันบริจาคที่ดิน แรงงานและทุนทรัพย์ในการก่อสร้าง สิ่งก่อสร้างในระยะแรก ประกอบด้วย ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ กุฎิ พระอุโบสถ ศาลาท่าน้ำ
และเรือนแพ ต่อมาในช่วงปี พ.ศ. 2456 “เจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ชุ่ม อภัยวงศ์)” ได้บูรณะวัดแห่งนี้ และสร้างศาสนสถานต่าง ๆ ภายในวัด เช่น โบสถ์ อาคาร รร. อภัยพิทยาคาร และ
รร.พระไตรปิฎกและวินัย ซึ่งปัจจุบันเป็นอาคารพิพิธภัณฑ์ของวัด เป็นต้น

xoslot

“ดาษดา แกลลอรี่” ตั้งอยู่ในอำเภอเมือง เป็นสถานที่จัดแสดงดอกไม้และพันธุ์ไม้ ซึ่งจะหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนตามเทศกาลและฤดูกาล แต่ดอกไม้จะมีให้ชมมากในช่วงฤดูหนาว ซึ่งเราจะได้
ชมพันธุ์ไม้สีสันและความงดงามตระการตา โดยจะมีการจัดงานเทศกาลดอกไม้ในทุกปีในช่วงเดือนธันวาคม –กุมภาพันธ์ ภายในดาษดาแกลลาลี่มีทั้งร้านอาหารซึ่งเน้นเป็นเมนูสุขภาพ
รสชาติดี รวมทั้งภายในสวนดอกไม้มีคาเฟ่ขนาดเล็กที่ขายเครื่องดื่มแลไอศกรีมดอกไม้ที่หอมหวานชื่นใจ และร้านขายของที่ระลึกที่สามารถเลือกซื้อดอกไม้สด ไม้กระถางกลับบ้านได้อีกด้วย

การเดินทางจากกรุงเทพขับรถโดยใช้เส้นทาง รังสิต-นครนายก เลียบคลองปทุมธานี เข้า จ. ปราจีนบุรี ให้วิ่งไปทางเส้นทางไปเขาใหญ่ ผ่านศาลสมเด็จพระนเรศวร ชับรถไปเรื่อยจะเจอ
ดาษดาแกลลาลี่ มีป้ายบอกตลอดทาง ก่อนเข้าไปก็ซื้อบัตรเข้าชมงานราคาผู้ใหญ่คนละ 250 บาท เด็ก 150 บาท จากนั้นเดินเข้ามาชมงานซึ่งจัดแสดงในห้องเรือนกระจก

พื้นที่แสดงดอกไม้แบ่งเป็น 2 โซน คือ A และ B โซน B จะเป็นพื้นที่กลางแจ้ง ส่วนโซน A จะเป็นห้องเรือนกระจกติดแอร์ทั้งหลัง เมื่อเข้ามาด้านในจะเจอกับซุ้มประตูดอกไม้สวยงามซึ่งเป็น
จุดแรกที่ทุกคนต้องถ่ายรูป

เครดิตฟรี

เดินเข้าไปชมดอกไม้ข้างในดอกไม้ที่จัดถือว่ายังไม่หลากหลายมาก ส่วนใหญ่จะเป็นดอกกล้วยไม้พันธุ์ต่างๆ ดอกหน้าวัว แต่ก็ถือว่าจัดแต่งได้สวยงาม มีมุมกระจุกกระจิกน่ารักให้ถ่ายภาพ
หลายมุม

เข้ามาถึงตรงนี้ เราเรียกว่าบ้านต้นไม้ ตกแต่งได้แปลกตาและเก๋ไก๋ดีค่ะ เขียวขจีเชียว หลากหลายมุมถ่ายภาพภายในห้องแสดงดอกไม้เรือนกระจก ภายในแกลลาลี่มีร้านขายของที่ระลึก
ซึ่งจะเป็นพวก กระถางต้นไม้ และต้นกล้วยไม้ที่มาแบบสำเร็จ

ข้างร้านขายของที่ระลึก มีบันไดขึ้นไป ซึ่งเป็นโซน Kids สำหรับให้ผู้ปกครองพาเด็กน้อยมาเล่นสนุก นอกจากจะได้ชมดอกไม้และต้นไม้ในแกลลาลี่แล้ว ยังมีการแสดง Secret Garden
ซึ่งจะเปิดเป็นรอบๆ สะดวกรอบไหนก็เข้าชมรอบนั้นได้เลย

พื้นที่ข้างในของการแสดง Secret Garden ก่อนการแสดงจะเริ่ม ก็ประดับด้วยดอกไม้ต่างๆให้ได้ถ่ายภาพเช่นกัน เมื่อการแสดงเริ่ม ก็จะปิดไฟทั้งหมด แล้วใช้ไฟจากการแสดงแทน
ซึ่งรูปแบบการแสดงก็จะมีการสลับเปิดไฟสีต่างๆ ตามต้นไม้ พร้อมเปิดเพลงคลอ และให้ได้ชมจอ VTR ที่ฉายเป็นเทพนิยายการตูนด้านหน้า ประกอบกันไป ฟังเพลงไป สลับกับแสงไฟกระพริบ
ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในเทพนิยายจริงๆ

สล็อต xo

เมื่อการแสดงจบก็ไปต่อที่ La lalla ซึ่งอยู่ข้างกับลานแสดง Secret Garden เป็นร้านขายเครื่องดื่ม ไอศครีมและเบอเกอรี่ ข้างในจัดเป็นพื้นที่นั่งพักผ่อนได้อย่างเก๋ไก๋มีมุมนั่งเล่นๆ
จิบกาแฟ ทานไอศครีม

ไอศครีมของที่นี่ตั้งชื่อเรียกตามชื่อของพันธุ์ดอกไม้ชนิดต่างๆ ซึ่งทางเจ้าของเป็นผู้คิดชื่อและสูตรเอง อย่างเช่น ไอศครีมสีชมพูอมแดง ชื่อ พิงค์คาราดีว่า ซึ่งเป็นชื่อพันธุ์กุหลาบหิน
กับสีเหลืองที่เห็น เลอมน คาราดีว่า ลองรับประทานทั้งสองรส ยกนิ้วในความอร่อยของรสชาติ แอบรู้สึกเหมือนได้กลิ่นดอกไม้หน่อยๆ

ภายในพื้นที่แสดงยังมีกิจกรรมอีกหลายอย่าง เช่น ชมวิวพระอาทิตย์ตกที่จุดชมวิว ช่วงค่ำภายในจะมีอุโมงค์หัวใจด้วย ซึ่งจะมีการเปิดไฟสีสันสวยงามในช่วงกลางคืน แต่จะมีเฉพาะวัน
เสาร์ และอาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ หากใครผ่านมาแถวนี้และอยากมาสัมผัสบรรยากาศสดชื่น ก็แวะเที่ยวชมงานแสดงดอกไม้ที่ดาษดา แกลลาลี่ได้เลยค่า

รายละเอียดเพิ่มเติม
ราคา : บัตรผู้ใหญ่ 250 บาท เด็ก 150 บาท สามารถเข้าชมได้ทุกพื้นที่ รวมทั้งลานน้ำพุตอนกลางวัน น้ำพุเต้นระบำตอนกลางคืน และสนามเด็กเล่น
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : โทร 037-239-800, 090-198-7583 www.facebook.com/dasadaflower เว็บไซต์: www.dasada-happiness.com
สามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวผ่านทางเฟซบุ๊กได้ที่: facebook.com/dasadaflower

Tagged , ,